Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

 

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.45 น. ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลักสูตร "อบรมให้ความรู้การปฏิบัติงานในระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ของหน่วยเบิกจ่ายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี" โดยมีนายวรสิทธิ์ จาตุรัตน์ คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้กล่าวรายงาน
ในการนี้นายวรสิทธิ์ จาตุรัตน์ กล่าวรายงานว่า สำนักงานคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอนุมัติงบประมาณจากงบบริหารจัดการของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการจัดโครงการดังกล่าว จำนวน 250,000 บาท เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายเงิน ให้สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณดังกล่าวได้จัดการอบรมทั้งสิ้น 6 หลักสูตร โดยการอบรมในวันนี้เป็นหลักสูตรที่ 5 ใช้งบประมาณ 50,000 บาท
สำหรับหลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในระบบ New GFMIS Thai ของส่วนราชการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ตลอดจนวิธีการบันทึกข้อมูลและการเรียกรายงานในระบบ เพื่อใช้ตรวจสอบการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในระบบดังกล่าวจากหน่วยเบิกจ่ายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมจำนวน 153 คน
ด้านนายบันดาล สถิรชวาล ประธานในพิธี กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณของจังหวัด เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในระบบ New GFMIS Thai มีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานสามารถดำเนินการเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพัน รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของตน และช่วยสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ก้าวหน้า ทั้งนี้ การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 08.00-16.30 น. โดยครอบคลุมเนื้อหาการปฏิบัติงานในระบบย่อยต่าง ๆ ตามลำดับ ได้แก่ ระบบบริหารงบประมาณ (FM) ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (PO) ระบบรับและนำส่งรายได้ (RP) จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการอบรมระบบบัญชีแยกประเภท (GL) ระบบสินทรัพย์ถาวร (FA) และปิดท้ายด้วยระบบเบิกจ่าย (AP)

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับตำรวจทางหลวง จับกุมขบวนการขนยาเสพติด ได้ที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 8 นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. และคณะ ร่วมแถลงข่าว ที่สถานีตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผลงานของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) นำโดย ร.ต.อ.นพดล รุ่งแดง และคณะร่วมกันจับกุม นายสิริราช (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี โดยเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง เจ้าหน้าที่จึงเปิดไซเรนเรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบตามปกติ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุดรถ ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวเพิ่มความเร็วรถ ขับหลบหนีการเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ไปเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร รถจึงหยุดเพราะน้ำมันหมด และคนร้ายได้วิ่งลงจากรถ เจ้าหน้าที่ติดตามจนสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนน ทางหลวง 4248 ม.2 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และนำตัวผู้ต้องหา คือ นายสิริราชา มาตรวจค้นกระโปรงท้ายรถ พบกระสอบหุ้มถุงพลาสติกสีดำจำนวน 2 กระสอบ และภายในห้องโดยสารอีก 3 กระสอบ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเงินสด 50,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหาให้การสารภาพว่ารับจ้างขนมาจากขบวนการค้ายาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 50,000 บาท เพื่อนำมาส่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และให้กระจายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานความผิดจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป เป็นผู้ขับขี่รถมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน ในร่างกายขณะขับรถ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบันตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ได้จับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่รวมครั้งนี้ด้วย จำนวน 4 ล็อต และได้ของกลางยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด
ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ฝากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ และแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยเน้นย้ำ ทุกภาคส่วนเพิ่มความเข้มข้น ปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นทางผ่านลงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะมีแหล่งพักยาอยู่ในพื้นที่ จึงต้องเพิ่มความเข้มข้น ในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักของจังหวัดทุกเส้นทาง

อธิบดีกรมที่ดิน เปิดสัมมนา “Smart Survey” ยกระดับงานรังวัดภาคใต้ เพิ่มประสิทธิภาพบริการประชาชน แก้ปัญหาคิวรังวัดสะสม

 
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนการยกระดับการปฏิบัติงานด้านการรังวัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Survey) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ภาคใต้)
โดยมี นายธนกรณ์ สกุลกิม ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและส่งเสริมการรังวัด กล่าวรายงาน พร้อมด้วยเจ้าพนักงานที่ดิน หัวหน้าฝ่ายรังวัด และผู้เกี่ยวข้องกับงานรังวัดจากจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมสัมมนา
โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมให้การต้อนรับ
นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า กรมที่ดินมีภารกิจสำคัญในการคุ้มครองสิทธิในที่ดิน การรังวัด และการออกหนังสือแสดงสิทธิ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณคำขอรังวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดระยะเวลารอคิวและงานค้างสะสมในหลายพื้นที่ จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ Smart Survey เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจงานรังวัดบางส่วนให้ช่างรังวัดเอกชนตามนโยบายภาครัฐ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความถูกต้อง และประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน โดยมุ่งสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานด้านการรังวัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบงานรังวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “ที่ดิน” เป็นทรัพยากรสำคัญในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพของประชาชน พร้อมขอบคุณกรมที่ดินที่สนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการบูรณาการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินผ่านตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” ซึ่งจะช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชน สร้างความเป็นธรรม และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดเส้นทางท่องเที่ยว “สามเศรษฐกิจ Plus” เชื่อม 4 วิสาหกิจชุมชนบ้านตาขุน ดันท่องเที่ยวยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

 
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ วัดเขาพัง ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว (Tourism Route Launching) และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “สามเศรษฐกิจ Plus : ยกระดับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนเชิงพื้นที่” โดยมี นายวรสิทธิ์ จาตุรัตน์ คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่เข้าร่วม
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการแนวคิดการพัฒนา 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจสุขภาพ ควบคู่กับการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น และส่งเสริมให้คนในพื้นที่สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ด้านคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการนี้ได้เชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยว 4 แห่งของอำเภอบ้านตาขุน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเขื่อนรัชชประภา วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเชี่ยวหลาน วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านเขาเทพพิทักษ์ และวิสาหกิจชุมชนพรุไทยฮันนี่บี ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบที่สามารถสร้างรายได้และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
ภายในงานยังมีการส่งมอบแผนที่ทรัพยากรชุมชน (Green Map) และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Heart of the Hills จากเขื่อนรัชชประภา…สู่ภูผาแห่งหัวใจ” ณ ตลาดคลองแสง ตำบลเขาพัง โดยไฮไลต์สำคัญคือ บุฟเฟต์ทุเรียนคลองแสง พร้อมการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 20 บูธ รวมถึงกิจกรรมการแสดงและดนตรี สร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของอำเภอบ้านตาขุน พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ด้วย
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!