Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานวนพิธีเปิดโครงการกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ เกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น " Local to Global " อาหารถิ่นสู่อาหารโลก


วันที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 19.00 น. บริเวณพรุเฉวง อำเภอเกาะสมุย
นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานวนพิธีเปิดโครงการกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ เกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น " Local to Global " อาหารถิ่นสู่อาหารโลก ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 กิจกรรมดังกล่าวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลใต้ โดยมีการแข่งขันทำอาหารพื้นถิ่น การประกวดอาหารประเภทต่างๆ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ ออกตรวจเยี่ยมจุดบริการบังคับใช้กฏหมายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ได้ออกเดินสายตรวจเยี่ยมจุดตรวจในพื้นที่ 4 อำเภอ

 

วันที่ 30 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ ออกตรวจเยี่ยมจุดบริการบังคับใช้กฏหมายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ได้ออกเดินสายตรวจเยี่ยมจุดตรวจในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย
1. อำเภอคีรีรัฐนิคม (จุดที่พักสายตรวจ กม 43 สาย 401 กับสถานบริการน้ำมัน ปตท. คลองน้ำใส สาย 401)
2. อำเภอพนม (จุดบริการร่วมหน้าเทศบาลตำบลพนม)
3. อำเภอบ้านตาขุน (จุดตรวจหน้าสถานีตำรวจภูธรบ้านตาขุน จุดบริการหน้าวัดตาขุน และท่าเรือท่องเที่ยวเทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน)
4. อำเภอพุนพิน (จุดบริการตำบลบางเดือน และจุดตรวจหน้าสถานีตำรวจภูธรบางมะเดื่อ)
การตรวจเยี่ยมดังกล่าว ได้พบปะพูดคุยกับนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประชาชนจิตอาสา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมมอบสิ่งของและน้ำดื่ม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยกำชับทุกจุดให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มงวด เพื่อลดการสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้เดินทางอย่างมีความสุขตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามการค้นหา หนุ่มขี่รถจักรยายนต์ตามจีพีเอสฝ่าน้ำท่วมถนน ก่อนถูกน้ำซัดสูญหาย เพื่อให้กำลังใจญาติ และเจ้าหน้าที่ค้นหา พร้อมสั่งการ วางแผงกั้นและติดป้ายห้ามผ่าน ในช่วงน้ำหลาก ส่วนระยะยาว ต้องแก้ไขระบบน้ำล้นตลอดแนวถนน

 
30 ธันวาคม 2567
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ บริเวณถนนริมคลองส่งน้ำชลประทาน หมู่ที่ 1 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามการค้นหา นายเพชรรัตน์ คัมภีร์ทัศน์ อายุ 21 ปี ซึ่งตกน้ำสูญหายจากเหตุขับขี่รถจักยานยนต์ผ่านถนนที่เป็นทางน้ำล้น (สปิลเวย์) ก่อนถูกกระแสน้ำซัดจมหายต่อหน้าแฟนสาว หลังจากขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยใช้จีพีเอส นำทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมองไม่เห็นว่า จุดดังกล่าวมีน้ำไหลเชี่ยว เมื่อขับลงไปก็ถูกกระแสน้ำซัด จนตกน้ำไปทั้งคนทั้งรถ โดยแฟนสาวโชคดีที่ถูกน้ำซัดมาใกล้ฝั่งจึงขึ้นมาได้ แต่นายเพชรรัตน์ ถูกกระแสน้ำพัดหายไป โดยหลังเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันค้นหา แต่จากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง กระแสน้ำไหลเชี่ยว และเป็นกลางคืน จึงเป็นอุปสรรคในการค้นหา จนในวันนี้ ผู้นำท้องถิ่น ได้นำรถแบ็คโฮ มาเปิดทางกั้นน้ำ ให้ระบายเร็วขึ้น พร้อมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ค้นหาทั้งบนผิวน้ำ ริมฝั่ง และใต้น้ำ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบนายเพชรรัตน์ พบเพียงรถจักรยานยนต์ กระเป๋าเป้ และหมวกกันน็อค
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าพูดคุยกับ แฟนสาวและญาติของนายเพชรรัตน์ เพื่อให้กำลังใจ และมอบหมายให้นายเชาวลิต โรจนรัตน์ นายอำเภอไชยา และ นายบุญเรือง หลงละลวด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำนวยความสะดวก และให้การช่วยเหลืออย่างดีที่สุด พร้อมทั้ง ได้มอบเครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ ที่มาปฏิบัติการ พร้อมทั้งเน้นย้ำ ให้ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ นายอำเภอไชยา เร่งตัดตั้ง ป้ายห้ามผ่านทาง และเครื่องกั้นที่แน่นหนา เพราะในช่วงนี้ ยังมีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ส่วนในระยะยาวจะต้องมีการหารือกับโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี เพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข ถนนเส้นดังกล่าวให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะปัจจุบัน มีประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ ใช้ถนนดังกล่าวสัญรเพื่อเป็นทางลัด ทางเลี่ยงจุดก่อสร้างมากขึ้น

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กำชับ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งสอบสวนและดำเนินคดีอย่างเข้มงวด กรณีเรือหางยาวล่ม เป็นเหตุนักท่องเที่ยวสูญหาย ที่อำเภอเกาะพะงัน พร้อมสั่งขันน็อต มาตรการความปลอดภัยการเดินเรือ

 
จากกรณีที่มีเรือหางยาวผิดกฎหมาย นำนักท่องเที่ยวฝืนคำสั่งสำนักงานเจ้าท่าสาขาเกาะพะงัน นำนักท่องเที่ยวจำนวน 10 คน และคนควบคุมเรืออีก 3 คน ออกเดินทางจากหาดริ้น จะไปหาดยวน ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงกลางคืนและมีคลื่นลมแรง จนเกิดเหตุคลื่นซัด จนเรืออับปาง หลังออกจากฝั่งไปได้เพียง 50 เมตร เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. ของวันที่ 29 ธันวาคม 2567 โดยเหตุดังกล่าว สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและลูกเรือได้ 12 คน มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ สูญหาย 1 คน ทราบชื่อคือ นายยุจิน และจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบผู้สูญหาย
ด้านนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำ กับพันตำรวจเอก นรเศรษฐ์ อินทรจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำ ให้เร่งรัดสอบสวนและดำเนินคดีของเคร่งครัด กับทั้งเจ้าของเรือ และผู้ควบคุมเรือลำเกิดเหตุ ที่มีการฝ่าฝืนประกาศเตือนของเจ้าพนักงาน ในการออกเรือขนาดเล็กในช่วงที่มีคลื่นลมแรง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า คนขับเรือ คือ นายพัฒนพงศ์ แซ่เตียว ได้ตรวจพบสารเสพติด (ยาบ้า) ทั้งยังนำเรือลำเกิดเหตุ ซึ่งถูกยกเลิกทะเบียนเรือแล้ว ออกมาใช้งานซึ่งผิดตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า ทำให้เข้าข่ายกระทำการโดยประมาท แต่คดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ และยังไม่พบผู้สูญหาย จึงยังไม่มีข้อสรุปจากพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินคดีในข้อหาใดบ้าง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในส่วนของคดีก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องเร่งดำเนินการ รวมถึง การระดมค้นหาผู้สูญหาย อย่างเร็วที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญมาก คือ การบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องของการเข้มงวดการสวมเสื้อชูชีพ การฝ่าฝืนประกาศคำสั่งคำเตือน หรือ การลักลอบนำเรือผิดกฎหมายมาใช้งาน รวมถึงการลักลอบออกเรือ ซึ่งขณะนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เพราะจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ยิ่งเมื่อเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยิ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!