Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.)

 

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมบรรจงบุรี โดยมีกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยการประชุมครั้งนี้ได้สรุปสาระสำคัญการดำเนินงานของกองทุนในภาพรวม และงบประมาณรายจ่ายของกองทุน เพื่อมุ่งเน้นทิศทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า และนโยบายที่ กกพ. กำหนด โดยเป็นการต่อยอดการดำเนินโครงการจากปีงบประมาณก่อนหน้าและริเริ่มโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดรายได้สร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน

ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ นางธรรมเนียบ ไกรวงศ์ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดโพธิ์นิมิต อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี



วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30น
นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีพระราชทานเพลิงศพนางธรรมเนียบ ไกรวงศ์ ณ เมรุวัดโพธ์นิมิต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘


วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี
นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๖๘ และติดตามผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี ๒๕๖๘ รอบ ๖ เดือน โดยมีแผนปฏิบัติการด้านเด็กและเยาวชน การพัฒนาผู้สูงอายุ การพัฒนาสตรีและครอบครัวการพัฒนาคนพิการ การจัดสวัสดิการสังคม การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การจัดการผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อกลุ่มเปราะบาง และแผนปฏิบัติการเรื่อง ที่อยู่อาศัย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดพิธีวางพวงมาลา “วันอาภากร” วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประจำปี 2568

 
วันที่ 19 พฤษภาคม 2568
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในวางพวงมาลาและถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือวันอาภากร ประจำปี 2568 ณ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปากน้ำตาปี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และภาคประชาชนร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทั้งนี้ "วันอาภากร" ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยปีนี้ (19 พฤษภาคม พ.ศ.2466) ได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 102 ซึ่งพระองค์เป็นที่เคารพของทหารเรือไทย และปวงชนชาวไทยในฐานะที่ทรงเป็นผู้วางรากฐาน และพัฒนากิจการกองทัพเรือไทย ทรงได้รับสมัญญาเป็น “องค์บิดาแห่งกองทัพเรือ” พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อ 19 ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวงทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ทรงมีจุดประสงค์แรงกล้าจะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และสามารถรบทางเรือได้ ภายหลังสำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไขปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ ระบบการปกครองบังคับบัญชา ตามระเบียบการปกครองในเรือรบ คือแบ่งให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชาชั้นรองลงมา
นอกจากนี้ยังทรงจัดเพิ่ม วิชาสำคัญสำหรับชาวเรือขึ้นเพื่อให้สำเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้ำลึกได้แก่ การเดินเรือ ดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ เรขาคณิต พีชคณิต นอกจากนี้ ยังมีพระปรีชาด้านการแพทย์ ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังและใช้เวลาหลังทรงเกษียณเสด็จไปรักษาโรคแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสำเพ็งซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเรียกพระองค์ท่านว่า “เตี่ย” (พ่อ) ซึ่งต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย”ขณะที่คนไข้ชาวไทยมักเรียกพระองค์ว่า “หมอพร” และเมื่อพระองค์ สิริพระชันษาได้ 42 ปี ก็ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรี ปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อ 19 พฤษภาคม 2466
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!