Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศาลหลักเมืองฯ วิสามัญ พิจารณาเตรียมจัดทำหนังสือครบรอบ 111 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

 
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี (หลังใหม่)
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี การประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของมูลนิธิฯ รวมถึงวาระสำคัญด้านการส่งเสริมและพัฒนาศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี
ที่ประชุมได้ติดตามผลจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยมีการจัดทำประกาศเกียรติบัตรมอบให้แก่นักเรียนและสถานศึกษาที่ร่วมแสดงในงานสมโภชศาลหลักเมืองฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมรับทราบความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ ระบบสปริงเกอร์ และการประมาณการค่าก่อสร้างอาคารวางถังเก็บน้ำบริเวณศาลหลักเมือง งบประมาณ 220,300 บาท
สำหรับวาระสำคัญ มีการพิจารณาจัดทำหนังสือครบรอบ 111 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เนื่องในโอกาสพระราชทานนาม “สุราษฎร์ธานี” โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือ จำนวน 4 ราย นอกจากนี้ ด้านการบริหารจัดการเงิน ที่ประชุมเห็นชอบให้แบ่งเงินทุนจำนวน 16 ล้านบาท จากยอดคงเหลือ ไปลงทุนซื้อสลากออมทรัพย์ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. แห่งละ 8 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการจัดงานบวงสรวงและสมโภชศาลหลักเมือง ประจำปี 2570 โดยเสนอเพิ่มกิจกรรมให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น การจัดเลี้ยงอาหารและพิธีเวียนเทียนสมโภช พร้อมพิจารณาข้อเสนอให้กำหนดวันที่ 12 กันยายนของทุกปีเป็นวันจัดงานบวงสรวง เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2539 ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าเฝ้าฯ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายยอดเสาหลักเมืองให้ทรงเจิมและทรงบรรจุพระธาตุ รวมถึงวันที่ 12 กันยายน 2540 ซึ่งมีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารศาลหลักเมือง
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสานความสำคัญของศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดต่อไป

จังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินหน้าขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต พร้อมสร้างจิตสำนึกและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตบุคลากรภาครัฐ

 
วันที่ 13 สิงหาคม 2569
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้น ณ โรงแรมนิภาการ์เด้น อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล และมาตรการป้องกันการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมองค์ความรู้ความเข้าใจ ข้อระเบียบ ข้อกฎหมาย ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐอย่างถูกต้อง ให้แก่ข้าราชการ บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายให้มีจิตสำนึกและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ตระหนักถึงความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะด้านการพัสดุของบุคลากรภาครัฐ มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประกอบด้วย ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมจำนวนทั้งสิ้น 154 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(พ.ศ.2561 – 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ กำหนดให้ภาครัฐมีความโปร่งใสปลอดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ปี 2568 ประเทศไทยได้อันดับที่ 116 ของโลก สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบให้แก่บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีจิตสำนึกและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และตระหนักถึงความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน สามารถนำขยายผลไปยังหน่วยงานและสังคมโดยรวมได้อย่างเป็นรูปธรรม.

จังหวัดสุราษฎร์ธานีต้อนรับคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ลงพื้นที่ตรวจประเมินเรือนจำอำเภอไชยา สู่การเป็นเรือนจำดีเด่น ประจำปี 2569

 
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 และประธานคณะทำงานตรวจประเมินเรือนจำดีเด่นตามโครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พร้อมด้วย นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้ นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้แทนในการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง ณ เรือนจำอำเภอไชยา โดยมี นางสาวสุวิมล แซ่อึ้ง ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอไชยา พร้อมด้วย นายชยันต์รัฐ รุ่งโรจวรารักษ์ นายอำเภอไชยา คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และองค์กรเครือข่าย ร่วมให้การต้อนรับ เพื่อเข้ารับการตรวจเยี่ยมและประเมินเรือนจำที่ผ่านเข้ารอบการประกวดเรือนจำดีเด่น ประจำปี 2569
การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการดูแลสุขภาพอนามัย การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยยึดหลักการที่ว่าผู้ต้องขังเป็นบุคคลที่ควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างเหมาะสมและเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป เนื่องจากสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการดำรงชีวิต การแก้ไขฟื้นฟู และการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
ในการนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอไชยาได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง การพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว โอกาสนี้ พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา ได้รับฟังผลการดำเนินงาน ซักถามข้อราชการ พร้อมให้ข้อเสนอแนะและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดปฏิบัติงานสำคัญภายในเรือนจำ
ทั้งนี้ ประธานคณะทำงานฯ ได้เน้นย้ำถึงการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการเรือนจำ เพื่อให้โครงการราชทัณฑ์ปันสุขเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน อันเป็นการสนองพระราชปณิธานในการสร้างโอกาส คืนคนดีสู่สังคม และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประเทศสืบไป

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หารือความร่วมมือการให้การดูแลชาวอิสราเอลในพื้นที่ ผู้ว่าฯสุราษฎร์ยืนยันให้การดูแลนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติอย่างเสมอภาค

 
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ห้องศรีสุราษฎร์ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้ขอความร่วมมือให้การดูแลนักท่องเที่ยวและชาวอิสราเอลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งที่มาท่องเที่ยว พำนักระยะยาว และประกอบธุรกิจในพื้นที่ โดยกล่าวว่า ชาวอิสราเอลส่วนใหญ่เป็นคนดี และบางส่วนอาจจะกระทำผิดไปบ้าง ยืนยันว่าอิสราเอลก็เหมือนประเทศอื่นที่มีทั้งคนดีและไม่ดี ขณะที่สื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด และรู้สึกไม่ปลอดภัย หากมีปัญหาใดๆ ขอให้จังหวัดประสานแจ้งไปยังสถานทูตโดยตรง เพื่อร่วมแก้ปัญหา ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งข้อควรปฏิบัติให้แก่ชาวอิสราเอลที่เดินทางมาประเทศไทยถึงประเพณี วัฒนธรรม ข้อห้ามต่างๆ เป็นการเบื้องต้นแล้ว โดยประเทศอิสราเอลมีโครงการส่งเสริมต่างๆ ในประเทศไทย 5 โครงการและมี 1 โครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยด้วย ขณะเดียวกันในเดือนพฤศจิกายนนี้จะขอเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปร่วมประชุมที่อิสราเอลด้วย
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ดำเนินการกับทุกคนที่ทำผิดกฏหมาย และดูแลนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติอย่างเสมอภาค โปร่งใส เพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้มีประสบการณ์ที่ดีกลับไป รู้สึกปลอดภัย และอยู่อย่างมีความสุข โดยเห็นว่าประเทศอิสราเอลมีโครงการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เรียนรู้เป็นกรณีศึกษา โดยกล่าวว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยินดีให้ความร่วมมือ หากจะประสานด้านธุรกิจให้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ด้านท่องเที่ยวให้ประสานสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ส่วนด้านความปลอดภัยให้ประสานตำรวจภูธรจังหวัดและสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น
ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเอกอัครราชทูอิสราเอลประจำประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกก่อนจะเดินทางกลับ
ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยการมาในครั้งนี้เพื่อเป็นประธานเปิดโรงเรียนควนลา อำเภอท่าฉาง และช่วงบ่ายวันเดียวกันมีกำหนดจะหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!