Accessibility Tools
วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ขั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (โดยมีนายวิทยา แก้วภราดัย เป็นหัวหน้าคณะ) เพื่อร่วมประชุมฯชี้แจง และแสดงความเห็นเกี่ยวกับการติดตามการแก้ไขปัญหา และแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย กรณีการขอใช้ประโยชน์จากที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายที่ดิน รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หาดแหลมสนอ่าวศรีธนู อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๑๐:๐๐ น. ณ พระอุโบสถวัดไตรธรรมาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แด่พระภิกษุ สามเณร ในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ ๑ ครั้งหลัง ปี ๒๕๖๘
ด้วย สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง ได้กำหนดจัดสอบบาลีสนามหลวง และสถานที่สอบปี พ.ศ.๒๕๖๘ มีกำหนดการสอบครั้งที่ ๑ ครั้งหลัง ประโยค ๑ - ๒ ถึงประโยค ป.ธ.๕ ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ พร้อมกันทั่วประเทศ
ในการนี้ สำนักพระราชวัง ได้แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
ภัตตาหารพระราชทานถวายแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้เข้าสอบบาลีสนามหลวง และกรรมการกำกับห้องสอบ โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสนามสอบบาลี จำนวน ๑ แห่ง คือ สนามสอบวัดไตรธรรมารามพระอารามหลวง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เวลา 10.30 น. ณ อาคารศูนย์กลางการประชุมสัมมนาภาคใต้ตอนบน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองฯจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธี วันที่รำลึก “พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย“
สำหรับพิธีในวันนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4 ปีกุน ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 เสวยราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. 2352 ขณะมีพระชนมพรรษาได้ 42 พรรษา และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 สิริพระชนมพรรษาได้ 56 พรรษา และครองราชย์สมบัติได้ 15 ปี
โดยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับการยกย่องว่าเป็นยุคทองของวรรณคดี พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็นบทกลอนมากมาย ทรงเป็นยอดกวีด้านการแต่งบทละครทั้งละครในและละครนอก ด้านประติมากรรม ทรงส่งเสริมงานช่างด้านหล่อพระพุทธรูป พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงมีพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระพักตร์ของพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก (พระ-พุด-ทะ-ทำมิด-สะ-ราด-โล-กะ-ทาด-ดิ-หลก/ พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร อันเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งของไทยด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงแกะสลักบานประตูพระวิหารพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร คู่หน้า ด้วยพระองค์เอง ด้านการดนตรี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระปรีชาสามารถในด้านดนตรีอย่างรอบด้าน เครื่องดนตรีที่ทรงถนัดและโปรดปรานคือ ซอสามสาย และเพลงพระราชนิพนธ์ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ "เพลงบุหลันลอยเลื่อน" เพลงนี้จึงเป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันกว้างขวางมาจนทุกวันนี้.