Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี ติดตาม เร่งรัดโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองตะเคียน ตำบลป่าเว อำเภอไชยา เตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก กัดเซาะตลิ่ง กระทบความเป็นอยู่ประชาชน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2566

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองตะเคียน หมู่ที่ 5 ตำบลป่าเว อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายกุมพล พฤฒิพฤกษ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายณรงค์ หลักกำจร ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง และอาจทำลายโครงสร้างถนน ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน

โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลว่า โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองตะเคียน ความยาว 200 เมตร ได้บรรจุเข้าแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เกิดการกัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง และอาจทำลายโครงสร้างถนนคอนกรีต ภายในหมู่บ้าน แต่โครงการไม่เป็นไปตามแผนฯ เนื่องจาก ผู้รับจ้างรายแรกไม่เข้าดำเนินการและปรับลดราคาในการยื่น e-bidding สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้ปรับแบบให้สอดคล้องกับวงเงินที่เหลืออยู่ 14.6 ล้านบาท (จากงบประมาณครั้งแรก 20 ล้านบาท) โดยไม่ให้กระทบต่อความยาวเขื่อนและความมั่นคงแข็งแรง ล่าสุด ความคืบหน้าการก่อสร้าง อยู่ที่ประมาณร้อยละ 21 ช้ากว่าแผนร้อยละ 16 เนื่องจากเป็นช่วงการดำเนินงานหล่อเสาเข็มและตอกเสาเข็ม ซึ่งภายในวันที่ 5 มิถุนายน ผู้รับจ้างจะต้องส่งผลการดำเนินรอบที่หนึ่ง แต่คาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดสิ้นสุดสัญญาจ้าง วันที่ 26 สิงหาคม 2566
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้าง เร่งดำเนินโครงการให้เสร็จก่อนกำหนด เนื่องจาก ลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ลาดชัน เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำปริมาณมากจะไหลบ่าลงจากเขา หากไม่มีเขื่อนป้องกันริมตลิ่ง ก็จะทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และเกิดน้ำกัดเซาะริมตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จึงต้องทำให้ทันก่อนถึงฤดูน้ำหลากช่วงปลายปี พร้อมทั้งเน้นย้ำ ให้ทางโยธาธิการและผังเมือง คอยติดตาม ควบคุมการก่อสร้าง ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง ช่วยป้องกันความเสียหายต่อถนน ลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

ข่าว/ภาพ – ส.ปชส.สุราษฎร์ธานี

"ทำดีต้องชื่นชม" ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบประกาศเกียรติคุณ น้องข้าวปั้น เด็กยอดกตัญญู ขอออกรายการซุปเปอร์เท็น โชว์ฝีมือปั้น หารายได้รักษาแม่ป่วยมะเร็ง ผลงานเข้าตา อ.เฉลิมชัย รับเป็นศิษย์

วันที่ 31 พฤษภาคม 2566  ณ โรงเรียนมานิตานุเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางมามอบประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องเชิดชู เด็กชายเมธาสิทธิ์ บุญเผย หรือน้องข้าวปั้น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในฐานะ บุคคลซึ่ง มีความกตัญญูกตเวที และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการแสดงฝีมือในงานปั้นดินน้ำมัน ทางรายการซุปเปอร์เท็น เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว เนื่องจากมารดา ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดยมี นายโชคดี ศรัทธากาล ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน ร่วม เป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี

สำหรับเด็กชายเมธาสิทธิ์ บุญเผย ปัจจุบัน อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 105/2 หมู่ที่ 5 ตำบลช้างซ้าย อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบุตรของนายอมร บุญเผย อายุ 42 ปี มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง และนางกรรณิการ์ พุทธศรี อายุ 44 ปี เป็นแม่บ้าน และได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเด็กชายเมธาสิทธิ์ ได้ขอไปออกรายการซุปเปอร์เท็น ที่ออกอากาศทางช่อง Workpoint 23 จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแสดงความสามารถการปั้นดินน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานปั้นลวดลายศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีไทย ที่สะท้อนเรื่องราว ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เมื่อตอนที่เรียน อยู่ชั้นป. 1 และป. 3 เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ช่วยเหลือคุณแม่ที่ป่วย ซึ่งได้ทุนการศึกษามาในครั้งนั้น 40,000 บาท และเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เด็กชายเมธาสิทธิ์ได้เดินทางไปยัง วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงรายเพื่อนำผลงานปั้นชิ้นล่าสุด "พ่อปู่ภุชงค์นาคราช" ไปขอคำชี้แนะ จากอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งหลังจากอาจารย์เฉลิมชัย ได้ดูผลงาน ก็ได้ชื่นชมถึงความสามารถ และความงดงามของงานปั้น จนถึงขั้นออกปากชมว่า เป็นเด็กอัจฉริยะ พร้อมกับรับเป็นลูกศิษย์

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวชื่นชม น้องข้าวปั้น ถึงความสามารถ และความมุมานะ ฝึกฝน พัฒนาฝีมือมาอย่างต่อเนื่อง จนสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ครอบครัว โรงเรียน และจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด คือ จิตใจที่มีคุณธรรม กตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ซึ่งเป็นแบบอย่างดี แก่เด็กและเยาวชนคนอื่นๆ จากนั้น ได้มีการมอบใบประกาศเกียรติคุณเพื่อยกย่องเชิดชูความกตัญญูกตเวที ความสามารถ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น พร้อมทั้งมอบเงินส่วนตัวให้อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมกับอวยพร ให้น้องข้าวปั้น ประสบความสำเร็จในงานศิลปะที่รัก และรักษาคุณความดีต่อไป

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ให้สัมภาษณ์สดในรายการวิทยุ รายการ "ผู้ว่าฯ คุยกับประชาชน" 

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566  เวลา 08.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ให้สัมภาษณ์สดในรายการวิทยุ รายการ "ผู้ว่าฯ คุยกับประชาชน" และเวลา 09.00 น. รายการ “แหลงข่าวชาวใต้”  ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
       โดยประเด็นการสัมภาษณ์ดังกล่าว มีรายละเอียดทั้งหมด 5 ประเด็น ดังนี้

  1. แอปพลิเคชั่น ThaiD
  2. เตือนภัยระวังมิจฉาชีพออนไลน์
  3. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19 ในปัจจุบัน
  4. การจราจรในช่วงการเปิดเทอมของเด็กนักเรียน
  5. รวมพลังร่วมโหวตอุทยานเขานาในหลวง เป็น Unseen New Chapters 25 แห่งของประเทศ

 

สุราษฎร์ธานีประชุมขับเคลื่อนส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานสนับสนุนการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการทำงานของคณะทำงานชุดต่างๆ ที่แต่งตั้ง โดยมี ผู้แทนจากส่วนราชการ ภาคเอกชน นักวิชาการ ร่วมประชุม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมซ์ มีองค์ประกอบ 4 ส่วน ตามตัวย่อ MICE ประกอบด้วย Meeting การประชุม Incentives การจัดการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคล Conventions การประชุมสัมมนาระดับภูมิภาค ประเทศ นานาชาติ และExhibitions คือ การจัดงานแสดงสินค้า ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดในประเทศไทย ที่ได้รับเลือกให้เป็น MICE city ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ภาคธุรกิจและประชาชน จึงต้องอาศัยความร่วมมือ จากภาคเอกชน เป็นผู้ขับเคลื่อน และภาครัฐเข้าไปสนับสนุน โดยหลังจากนี้ จะให้ตัวแทนจากภาคเอกชนอาทิ หอการค้า สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งบนฝั่งและพื้นที่เกาะ รวมถึง ภาควิชาการ ได้นำแผนงานกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมไมซ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นำมาพัฒนาส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึง ต้องสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน รวมถึงชาวสุราษฎร์ธานี ด้วย

ข่าว/ภาพ ส.ปชส.สุราษฎร์ธานี

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!