Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมประชุม กอปภ.กลาง ติดตามสถานการณ์เอลนีโญ เตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำและรับมือภัยแล้ง

 
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมได้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ รายงานสถานการณ์ อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฯลฯ และการติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งของจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ก่อนจบการประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กำชับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อากาศและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมแผนรับมือภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมปีนี้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ อำเภอเกาะพะงัน ซึ่งประสบปัญหาน้ำจืดไม่เพียงพอ จังหวัดได้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนน้ำจากกองทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูท่องเที่ยว
ทั้งนี้ โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศ ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดกลาง โดยปัจจุบันก่อสร้างแล้วกว่า 41% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีหน้า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านแหล่งน้ำ แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของชาวเกาะพะงัน และรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการจัดงานเทศกาลเงาะโรงเรียนนาสาร (GI) สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 34 ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569


วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30น. ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองนาสาร อำเภอบ้านนาสาร
นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการจัดงานเทศกาลเงาะโรงเรียนนาสาร (GI) สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 34 ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569
โดยในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมของแต่ละฝ่าย โดยทั้ง 28 ฝ่ายมีความพร้อมในการจัดงานเป็นอย่างดี ทั้งนี้ งานเทศกาลเงาะโรงเรียนนาสาร (GI) สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 34 ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-31 กรกฎาคม 2569

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการ “ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเชิงพื้นที่เพื่อป้องกันและสร้างความตระหนักในการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในสถานประกอบกิจการ"

 

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการ “ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเชิงพื้นที่เพื่อป้องกันและสร้างความตระหนักในการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในสถานประกอบกิจการ" โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้น ณ โรงแรมวังใต้ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป้าหมายผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหาร และผู้แทนจากสถานประกอบกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง นักศึกษา และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมทั้งสิ้นกว่า 100 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการแรงงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล และเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย ในการจัดตั้งกลไกเฝ้าระวังและป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตลอดจนยกระดับของสถานประกอบกิจการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้มีการจ้างงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการละเมิดสิทธิแรงงานทุกรูปแบบ

นายฉลาดวิทย์ ประเทืองมาศ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นทางการค้าระหว่างประเทศของประเทศไทย ประกอบกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่มีการจ้างงานแรงงานจำนวนมาก ทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ รวมถึงมีกลุ่มเปราะบางที่อาจเข้าถึงการคุ้มครองได้ยาก จึงเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่ต้องมีการเฝ้าระวังและสร้างกลไกการป้องกันเชิงรุก.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีฯ เสด็จฯทอดพระเนตรกิจกรรมโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน

 
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16 นาฬิกา 13 นาที
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ
ในการนี้ เสด็จเข้าห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ชั้น 4 ทอดพระเนตรอุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 80 เมกะวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 240 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 554 ล้านหน่วย เริ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2530 การส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดัน 230 กิโลโวลต์ 2 วงจร จากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภาไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของภาคใต้ รวมถึงยังมีการส่งจ่ายแรงดัน 115 กิโลโวลต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเขตอำเภอบ้านตาขุน ทำให้ราษฎรภายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ข้างเคียง ได้มีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างผาสุก
เวลา 16.41 น.เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลับพลา เขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจแห่งชาติ” ที่ร้อยเรียง เรื่องราว พระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระคู่บารมีองค์ราชัน , พระราชกรณียกิจนานัปการ ที่ทรงปฏิบัติเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง , และพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจแก่ประชาชน และเยาวชนไทย หันมาออกกำลังกาย และใส่ใจดูแลสุขภาพ
ทั้งนี้ กฟผ.ยังจัดแสดงนิทรรศการ “เขื่อนรัชชประภา แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” นำเสนอประวัติความเป็นมาของเขื่อนรัชชประภา , เดิมชื่อ "เขื่อนเชี่ยวหลาน" เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2531 ทั้งยังเพื่ออำนวยประโยชน์ด้านชลประทาน, การผลิตไฟฟ้า, บรรเทาอุทกภัย, และส่งเสริมอาชีพการประมงแก่ราษฎร เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน ปี 2530 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนรัชชประภา” แปลว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร (Light of the Kingdom)
โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานถ้วยรางวัล แก่ผู้ชนะการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ประเภท
- Optimist ชาย
- Optimist หญิง
- Optimist อายุต่ำกว่า 12 ปี
- ILCA 4
- ILCA 6
- และพระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 74 ราย
นอกจากนี้ พระราชทานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 ขนาดกำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ และรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 1 คัน แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลฯ , พระราชทานชุดนักเรียนเบอร์ 5 จำนวน 3,200 ชุด แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา จำนวน 12 โรงเรียน , และพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 30 ราย
จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปทรงปลูกต้นเคี่ยม พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ โดยตลอดสองข้างทางมีราษฎรจำนวนมากจากในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ข้างเคียง รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ด้วยความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!