Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)


วันที่ 20 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 13.30น. ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.) ด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ระดับจังหวัด เพื่อรับรองผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ระดับจังหวัด โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) จำนวน 207,398 ครัวเรือน และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้านจำนวน 988 หมู่บ้าน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธาน ในการติดตามเยี่ยมดูแลผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชานุเคราะห์ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569


วันที่ 20 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00น. ณ พื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์
นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธาน ในการติดตามเยี่ยมดูแลผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชานุเคราะห์ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ในการนี้ คณะได้ประชุมติดตามผลการดำเนินงานในส่วนของอำเภอกาญจนดิษฐ์ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าทองใหม่ และลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วย ณ บ้านที่อยู่อาศัย จำนวน 3 ราย พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความต้องการและได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องที่ใช้จำเป็นแก่การดำรงชีพแก่ผู้ป่วยและครอบครัวทั้ง 3 ราย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมรับมอบสำนวนคดีกักตุนน้ำมัน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติรับเป็นคดีพิเศษ

 

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เดินทางมารับมอบสำนวนการสอบสวน พยานบุคคล และพยานเอกสารในคดีดังกล่าวจากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ร่วมประชุมและส่งมอบสำนวนคดี
สืบเนื่องจากกรณี นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะเจ้าพนักงาน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัท พีซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ในความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุม ต่อมา ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำพยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานพลังงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นปรากฏพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือว่า อาจมีการกักตุนและประวิงเวลาการจำหน่ายสินค้าควบคุม ตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การรับมอบสำนวนในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ โดยก่อนการรับมอบสำนวนได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารายละเอียดข้อเท็จจริงของคดี และกำหนดแนวทางการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

สุราษฎร์ธานีรับนโยบายงบฯ ปี 2570 เน้นใช้งบ “ตรงเป้า-แม่นยำ” คุมรายจ่ายไม่จำเป็น มุ่งลงทุนรับมือวิกฤตโลกและพลังงานสะอาด

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จากรัฐบาล ขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมรับฟังผ่านระบบถ่ายทอดการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การมอบนโยบายครั้งนี้ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปรับการใช้งบประมาณให้ “ตรงเป้า แม่นยำ” สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและพลังงาน พร้อมทั้งให้ทบทวนและปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยยึดหลักงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) และกำหนดกรอบการขอรับงบประมาณเพิ่มไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นรายจ่ายด้านการลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า “การใช้งบประมาณต้องตรงเป้า แม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารภาครัฐ ควบคู่กับการผลักดันนโยบายพลังงานสะอาด อาทิ การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคตอย่างยั่งยืน

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!