Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

อธิบดีกรมการปกครอง ผนึกกำลัง 5 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ทลายขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตออกบัตรให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

 
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวใหญ่ DOPA N.I.C.E. เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แรงงานเมียนมาโดยมิชอบ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการจับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา(ขนชาวโรฮิงญา) ในความผิดฐานช่วยเหลือซ้อนเร้นคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม และคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวชาวชาวเมียนมา (โรฮิงญา) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2567 ตรวจพบว่า บุคคลดังกล่าวมีบัตรประจำตัวสองตัวตน คือ (1) บัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา(บัตรสีชมพูเลข 00) และ (2) บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) จึงส่งให้กรมการปกครองตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวทั้ง 2 ใบ กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่ามี เจ้าหน้าที่ของรัฐอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงปี พ.ศ. 2564 - 2565 เป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) ไปจำนวนมากถึง 240 ราย จึงได้นำข้อมูลไปประสานกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา (บัตรสีชมพูเลข 00) ด้วยระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของกรมการปกครอง และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งปรากฏภาพใบหน้าและลายนิ้วมือตรงกับบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่มีหนังสือเดินทาง จำนวน 12 ราย กรมการปกครอง จึงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ดอนสัก เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า เจ้าบ้าน และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวนอย่างน้อย 12 ราย จนนำไปสู่การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 17 หมาย จากนี้ กรมการปกครอง จะได้ดำเนินการยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทั้ง 12 ราย โดยทันที และได้ดำเนินการออกคำสั่งระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนทั้งหมด จำนวน 240 รายแล้ว และดำเนินการทางวินัยและให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
จากนี้ สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซากซึ่งการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้ จะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นแบบนี้ต่อไป จนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะเดินหน้าสอบสวนขยายผลคดีนี้อย่างต่อเนื่อง หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที ย้ำ “กรมการปกครองจะไม่ปกป้องคนผิด เพราะกรมทำงานเพื่อประชาชน เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดฉวยโอกาสจากงานทะเบียนไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำร้ายประชาชนของเราแม้แต่รายเดียว ผู้กระทำผิดทุกคนต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด”

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีเปิดปฏิบัติการ Operation 90 Day ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด

 
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ Operation 90 Day ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ศอ.ปส.จ.สฎ.) จัดขึ้น ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี (หลังใหม่) โดยมีนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร หน่วยงานด้านความมั่นคง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเปิดปฏิบัติการฯ และร่วมปล่อยแถวกวาดล้างยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. การป้องกัน มุ่งสร้างหมู่บ้าน ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการปลอดยาเสพติด 2. การปราบปราม จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดปฏิบัติการพิเศษอย่างน้อยจังหวัดละ 1 ชุด เพื่อสกัดกั้นยาเสพติด จับกุมผู้ค้า และดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และ 3. การแก้ไขบำบัด เร่งนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวเนื่องจากยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยใช้อำเภอเป็นศูนย์กลาง ในพื้นที่นำร่อง 31 จังหวัด พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ Kick off ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม นี้ เพื่อประกาศสงครามกับยาเสพติด และแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง รวมถึงความพร้อมในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในระยะเร่งด่วน ภายใน 90 วัน ให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสูงสุด

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

 
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น.
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี พ.ศ.2569 โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดขึ้น ณ บริเวณลานเอนกประสงค์โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดจนเชิดชูพระเกียรติของพระองค์ท่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร สภาพแวดล้อมถูกทำลายเนื่องจากการพังทลายของหน้าดินในบริเวณยอดเขาและเชิงเขากระแสน้ำได้พัดพานำเอาต้นไม้ หิน ทราย และวัสดุอื่นๆ ไหลมาปะทะบ้านเรือนและทับถมเรือกสวนไร่นาของราษฎรเสียหายเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นรวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพื่อให้คงอยู่เป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นลูกหลานสืบไป จึงเป็นที่มาของโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 มาจนถึงทุกวันนี้.

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปิดโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เตรียมความพร้อมผู้พ้นโทษ สร้างอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธีปิดการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 8/1 พร้อมมอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 100 คน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม ให้สามารถประกอบอาชีพสุจริตและพึ่งพาตนเองได้
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จำนวน 100 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาวไทย 98 คน และชาวต่างชาติ 2 คน โดยดำเนินการฝึกอบรมเป็นระยะเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 การอบรมมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวตามแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การฝึกปฏิบัติตามหลัก “โคก หนอง นา โมเดล” อาทิ การปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา และปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตลอดจนการสรุปและประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 100 คน ผ่านการประเมินในระดับ “ดีมาก”
ในส่วนนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้โอวาทแก่ผู้ผ่านการอบรม โดยขอให้น้อมนำความรู้และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพสุจริต และดำรงตนเป็นพลเมืองดีของสังคม พร้อมทั้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!