Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีเปิดโครงการสืบสาน อนุรักษ์ประเพณีชักพระทางน้ำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566

วันที่ 30 ตุลาคม 2566

นายบันดาล สภิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดโครงการสืบสาน อนุรักษ์ประเพณีชักพระทางน้ำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566 พร้อมด้วย นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โดยในพิธีประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีกรสงฆ์อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล พิธีกรสง์อาราธนาพระปริตรพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภชเรือพนมพระทางน้ำ แขกผู้มีเกียรติร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ประธานในพิธี กรวดน้ำ รับพร ประธานในพิธี ลั่นฆ้องเปิดงานพระสงฆ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้นประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมเรือพนมพระทางน้ำ และนิทรรศการองค์ความรู้ ชมการสาธิตการทำเรือพนมพระชมขบวนรถพนมพระทางบก

สำหรับการจัดงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาว ประจำปี 2566 จะมีเรือพนมพระทางน้ำ เข้าร่วมขบวนแห่เรือพนมพระทางน้ำจำนวน 4 ลำ จาก 4 วัด ประกอบด้วย วัดแหลมทอง วัดบางใบไม้ วัดบางกล้วย และ วัดประสิทธิ์ธาราม โดยขบวนเรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมและร่วมทำบุญ บริเวณริมแม่น้ำตาปี สะพานนริศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หารือภาครัฐและเอกชน 3 จังหวัด ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว

วันที่ 30 ตุลาคม 2566

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากการท่องเที่ยวและกีฬา และรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนและการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา ณ ห้องประชุมโรงแรมแก้วสมุย รีสอร์ท อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งจากข้อมูลในที่ประชุม พบว่า สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห้วงเดือนเดือนมกราคม – กันยายน 2566 มีรายได้จากการท่องเที่ยว 39,177.42 ล้านบาท คิดเป็น 2.77 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศไทย โดยพื้นที่เกาะสมุยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุด จำนวนกว่า 2.5 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 27,616 ล้านบาท รองลงมาเกาะพะงัน และเกาะเต่า ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติเยอรมัน สหราชอาณาจักร อิสราเอล ฝรั่งเศส และรัสเซีย

ทั้งนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GDP) ณ ปี 2563 มูลค่า 178,385 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 19 ของประเทศ และลำดับที่ 3 ของภาคใต้ รองจากจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช สำหรับรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 155,156 บาทต่อคนต่อปี เป็นลำดับที่ 5 ของภาคใต้ รองจากชุมพร ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยขึ้นอยู่กับสาขาเกษตรกรรม 23.80 % สาขาอุตสาหกรรม 18.43 สาขาการขายปลีกขายส่ง 14.21 % สาขาโรงแรมและบริการด้านอาหาร 10.23 และสาขาอื่นๆ 28.37 %

  • --------


ภาพ/ข่าว - สนง.ประชาสัมพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี

มวลชนนับหมื่นร่วมขบวนแห่เรือพระพนมทางบก ในงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีประจำปี 2566

วันที่ 30 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณถนนดอนนก หน้าศูนย์ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานเปิดการประกวดเรือพนมพระทางบกและปล่อยขบวนแห่เรือพนมพระทางบกฯ ในงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566 โดยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกับคณะสงฆ์ และประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งในปีนี้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมรับชมความงดงามและร่วมขบวนแห่เรือพนมพระนับหมื่นคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีเรือพนมพระจากวัดต่างๆ ทั้ง 19 อำเภอ เข้าร่วมจำนวน 112 ลำ เป็นการอนุรักษ์สืบสานไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับประเพณีชักพระ เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวปักษ์ใต้ ทำบุญหลังวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี โดยเชื่อกันว่าเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์พุทธศาสนิกชน จึงมารอรับเสด็จแล้วอัญเชิญพระพุทธเจ้าขึ้นประทับบนบุษบก แล้วแห่ไปรอบเมือง โดยเรือพนมพระเป็นรถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือ แล้ววางบุษบกสำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐาน แล้วลากหลังวันออกพรรษา สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือใช้ไม้ไผ่สานแล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาคใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดกลางลำตัว ทำเป็นร้าน เรียกว่า "ร้านม้า" และส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละวัดจะออกแบบอย่างสวยงาม หลังคานิยมทำเป็นรูปจัตุรมุข ตกแต่งด้วยหางหงส์ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครัวเรือนในชุมชนจะทำขนมต้ม เพื่อนำไปแขวนที่เรือพนมพระของวัดต่างๆ รวมทั้งจะมีการจัดทำพุ่มผ้าป่า และชักพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน โดยเป็นการรวมตัวของชาวบ้าน เพื่อร่วมทำกิจกรรมเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคี และรวมสืบทอดประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป.

  • --------


ภาพ/ข่าว - สนง.ประชาสัมพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี

เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ งานชักพระทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566 บรรยากาศสุดคึกคัก ด้วยขบวนเรือพนมพระทั้งทางบกและทางน้ำ นางรำนางลาก จากทั่วสุราษฎร์ธานี 121 ลำเข้าร่วมขบวนแห่

วันที่ 30 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณเวทีกลางข้างวัดธรรมบูชา ถนนชนเกษม อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานชักพระทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566 โดยมี นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจน นายนาเกซ ซิงค์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายอาหมัด ฟาห์มี่ อาหมัด ซากาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา นายเซอร์กาน่า พริงกานู กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา และ นางฟิตเตรีย ไฟซาเนีย ภริยา และนายกสมาคมสตรีอินโดนีเซีย สถานกงสุลอินโดนีเซียจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้มาปักหลักรอชมความสวยงามและร่วมลากเรือพนมพระ อย่างเนืองแน่น ตลอดสองข้างถนน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า งานชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมประเพณี ที่เก่าแก่ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก กระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้ขอบคุณจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้สนับสนุน รถต้นเทียนพรรษา จากวัดเลียบ ซึ่งทูตวัฒนธรรมมาให้ชาวสุราษฎร์ธานีได้ชมกันทุกปี
ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวชื่นชม การจัดงานชักพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีความโดดเด่นและถือเป็น Soft Power อย่างหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้ต่อยอด ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีทางศาสนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจ
สำหรับงานชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2566 จะมีไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 โดยมีเวทีกลางอยู่บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ข้างวัดกลางเก่า ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมทำบุญกับเรือพนมพระทั้งทางบกและทางน้ำ ภายใต้แนวคิด ทำบุญ 100 วัด รับน้ำมนต์ 100 ขัน มหัศจรรย์วันเดียว รวมถึงจะได้ชมการแสดงแสงสีเสียง น้ำพุดนตรี ในช่วงค่ำที่ตื่นตาตื่นใจตลอดทุกวัน

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!