Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ศรชล.ภาค 2 บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนที่นำเรือออกมาคราดหอยแบบผิดกฎหมาย บริเวณอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี คงวิถีการหาหอยแบบชาวบ้านอย่างถูกกฎหมาย

วันที่ 27 เมษายน 2565

ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นช่วงฤดูกาลของการกำเนิดและเพิ่มปริมาณของหอยแครงบริเวณพื้นที่อ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำนวนมาก ขณะที่วิถีชีวิตของคนโดยรอบชุมชนในการเลี้ยงปากท้อง จะมีการงมลูกหอย หรือใช้มือคว้านหาเพื่อให้ได้หอยมารับประทาน เพื่อคงรักษาระบบนิเวศน์ของอ่าวแห่งนี้ ทั้งนี้ยังมีอีกกลุ่มคนได้ดำเนินการหาลูกหอยโดยวิธีใช้เรือลากอุปกรณ์คราด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมาย เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ที่อาจจะส่งผลตามกระทบตามมาในภายหลัง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อให้ชาวบ้านที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายสามารถหาลูกหอยได้ โดยปราศจากการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่นำเรือออกมาคราดแบบผิดกฎหมาย

พลเรือโทสุนทร คำคล้าย ผอ.ศรชล.ภาค 2 ได้สั่งการให้ พลเรือตรี สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รอง ผอ.ศรชล.ภาค 2 และศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้การกำกับดูแลของนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะ ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ สำนักงานประมงจังหวัด เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี กก.6 บก.รน. ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร ออกปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวบ้านดอน อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจพบเรือคราดหอยกำลังทำการคราดลูกหอย จำนวน 1 ลำ เจ้าหน้าที่จึงเเสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย พร้อมของกลาง โดยนำตัวผู้กระทำความผิดพร้อมหลักฐาน ส่งดำเนินคดีต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีต่อไป
จากนนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการลาดตระเวนในพื้นอ่าวบ้านดอนอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ทันใดนั้น ได้พบกับผู้กระทำความผิดอีกกลุ่มที่กำลังลักลอบคราดหอยแบบผิดกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ต้องหาได้ทำลายหลักฐานด้วยวิธีการตัดชิ้นส่วนคราดลากที่ติดกับเรือลงน้ำ แล้วขับเรือหนีเข้าไปในคลองกระแดะแจะ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ ได้ตรวจยึด เครื่องมือคราดหอย จำนวน 4 รายการ ที่ และนำส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานีในเวลาต่อมา

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ วุฒิสภา ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการจัดหาแ

วันที่ 27 เมษายน 2565

พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา พร้อมด้วยนายสำราญ ครรชิต สมาชิกวุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ โดยได้เดินทางไปยังพื้นที่โครงการแก้มลิงบางท่าข้าม ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการจัดหาแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น พี่น้องประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่โครงการฯ ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร

สำหรับโครงการแก้มลิงบางท่าข้าม ดำเนินการขึ้นสืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 ซึ่งอำเภอพุนพินได้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ จนทำให้บ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม จึงมีหนังสือขอสนับสนุนงบประมาณจากกรมชลประทาน ก่อสร้างแก้มลิงบางท่าข้าม เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่น้ำท่วมช้ำซากและจัดหาพื้นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม และหมู่ที่ 1 ตำบลเขาหัวควาย อำเภอพุนพิน และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ในช่วงฤดูแล้งได้ทั้งปี อีกทั้งยังเพื่อควบคุมปริมาณน้ำช่วงอุทกภัยไม่ให้ท่วมขังบ้านเรือนราษฎรประมาณ 800 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร ประมาณ 1,700

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่ม 608 ในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการเนินชีวิตในห้วงสถานการณ์ปัจจุบัน

วันที่ 27 เมษายน 2565

นางอุรสา จินโต ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนกลุ่ม 608 และกลุ่มเปราะบาง ของอำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 ราย โดยมี นายสันติ บุญรอด นายอำเภอเคียนซา สาธารณสุขอำเภอ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฯ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

โดยประชาชนกลุ่ม 608 และกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เบื้องต้นทั้ง 5 ราย มีดังต่อไปนี้

  1. นางจำรัส ทิพย์เกิด อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ที่ 5 ตำบลเคียนซา เป็นผู้พิการเดินไม่ได้อาศัยอยู่กับสามี และบุตร มีโรคประจำตัวเส้นเลือดตีบ เบาหวาน ไขมัน และความดัน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
  2. นายเตง แซ่เค้า อายุ 94 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 6 ตำบลเคียนซา เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง มีฐานะยากจน ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
  3. นายสมจิตร์ พานทอง อายุ 45 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 6 ตำบลเคียนซา ป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
  4. นางสาวกมลชนก คงเหลือ อายุ 28 ปี อาศัยอยู่กับน้องสาว ณ บ้านเลขที่ 195 หมู่ที่ 3 ตำบลอรัญคามวารี มีโรคประจำตัวเบาหวาน และโรคเรื้อรัง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ


และ 5. นางสาวเครือวัลย์ วิบูลวชิรสาร อายุ 56 ปี พักอาศัยอยู่กับน้องสาว ณ บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 1 ตำบลอรัญคามวารี อำเภอเคียนซา ป่วยด้วยโรคไต และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ในการนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี/ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบเงินจำนวน 3,000 บาท พร้อมด้วยถุงยังชีพ จำนวน 1 ถุง และและผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ 1 แพ็ค ให้แก่ประชาชนกลุ่ม 608 และกลุ่มเปราะบาง ทั้ง 5 ราย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาทุกข์เบื้องต้น พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและให้การช่วยเหลือทันทีตามความสามารถและศักยภาพที่ของหน่วยงาน

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ เร่งมือประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าไทย เพื่อนำไปประดับในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา

วันที่ 26 เมษายน 2565  เวลา 13.00 น.  ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายสุเชาว์ ทูโมสิก นายอำเภอพนม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการประดิษฐ์ผีเสื้อที่ทำจากผ้าไทย เพื่อนำไปประดับในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยมี กลุ่มสตรีอำเภอพนม ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพนมและเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น เป็นผู้ดำเนินการในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้การประดิษฐ์ผีเสื้อที่ทำจากผ้าไทยของอ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี มีความพิเศษคือการใช้ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณรีฯ ผ้าบาติก ผ้าไหม ผ้าฝ้าย มาใช้ในการประดิษฐ์ ซึ่งการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ จะนำผีเสื้อที่ประดิษฐ์จากผ้าตามอัตลักษณ์ของทุกจังหวัด จังหวัดละ 90 ตัว ที่มีขนาดและสีแตกต่างกันตามความเหมาะสม ไปประดับในการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยอำเภอพนมได้ร่วมกันประดิษฐ์ผีเสื้อ จำนวน 59 ตัว เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการส่งมอบไปยังกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!