Accessibility Tools
วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่ ที่กองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก หมู่ที่ 2 ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และ คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับจำนวนมาก
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งการปกครองเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้าน 1138 กองทุน แบ่งเป็น กองทุนหมู่บ้าน 1074 กองทุน กองทุนชุมชนเมือง 56 ชุมชน และกองทุนชุมชนทหาร อีก 8 กองทุน จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว 1,002 กองทุน อยู่ระหว่างการฟื้นฟูการดำเนินงาน 136 กองทุน โดยได้รับการจัดสรรเงินทุนจากรัฐบาลเพื่อการกู้ยืม (บัญชี 1) เป็นเงิน 1,381.1 ล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบประมาณ โครงการตามแนวทางประชารัฐจากรัฐบาลตั้งแต่ ปี 2559 – 2563 รวมกว่า 705.5 ล้านบาท ส่วนโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) ของรัฐบาลในปัจจุบัน มีกองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการยื่นขอโครงการฯ แล้วจำนวน 78 กองทุน 102 โครงการ วงเงินงบประมาณ 22.6 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการเร่งรัดประชาสัมพันธ์ให้กองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติและความพร้อมยื่นของบประมาณโครงการฯ เพิ่มเติม
ทั้งนี้ หลังจากได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมของจังหวัด ตลอดจนเสียงสะท้อนจากสมาชิกกองทุนบ้านนาลึก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวชื่นชม กองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก ที่สามารถบริหารจัดการกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองทุนมีการเติบโตและมั่นคง ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการให้โอกาสประชาชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนให้เกิดความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทองและคณะ ได้เยี่ยมชมกิจการของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านนาลึก ที่นำผลผลิตมานำเสนอ ก่อนจะเข้าเยี่ยมชมที่ทำการกองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก ซึ่งใช้ดอกผลของกองทุนซื้อห้องแถว 3 คูหา เปิดเป็นร้านค้าสวัสดิการ และที่ทำการกองทุนฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล อีกด้วย
วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 19.30 น.
นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรม KLONG NOI - TASTE THE MOMENT ณ ร้านอาหารสินธ์ุ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมของชุมชนคลองน้อย ผ่านการรังสรรค์เป็นมื้อดินเนอร์สุดพิเศษ มุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพของท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาวัตถุดิบพื้นถิ่นที่มีคุณค่าและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้สามารถต่อยอดสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เน้นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ แตกต่าง โดยเฉพาะในรูปแบบ Gastronomy Tourism
หรือการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดในการสร้างจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยว
วันที่ 8 สิงหาคม 2568
นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเทคโนโลยีการให้ความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟ ประจำปีงบบประมาณ พ.ศ.2568” โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้น ณ โรงแรมไดมอมอนด์พลาซ่า อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเตรียมพร้อมรองรับความผันผวนของตลาด การกีดกันทางการค้า และความท้าทายในการผลิตสินค้าเกษตรในห้วงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบรุนแรง รวดเร็ว ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตที่น้อยลง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 2 ส่วนหลัก ทั้งในส่วนของบุคลากรภาครัฐระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ภาคประชาชน ได้แก่ เกษตรกรภายใต้โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอาสาสมัครเกษตรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมจำนวนทั้งทั้งสิ้น 80 คน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนนโยบาย "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้" มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรคุณภาพและบริการมูลค่าสูง สินค้าเกษตรได้รับรองมาตรฐาน การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรให้เป็น "ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง" ภายใต้มาตรการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเสริมแกร่งเกษตรกรให้สามารถแข่งขันได้ สอดคล้องเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่กำหนดเป้าหมายสู่ "เมืองเกษตรมูลค่าสูง" ซึ่งภาคการเกษตรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภาคใต้ อาทิ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สมุนไพร กุ้ง และทุเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานหรือจุดรวบรวมในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรรายย่อยส่วนน้อยที่ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมาตรฐานสามารถแข่งขันได้ ดังนั้นการจะผลักดันให้ภาคการเกษตรยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูงและเกิดความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีการสร้างการรับรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การแปรรูป ให้กับกลไกการพัฒนาภาคเกษตรทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับชุมชน ซึ่งการประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาคีเครือข่าย จะได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และเสริมสร้างประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติ เกิดแนวคิดในการขยายผลไปยังชุมชนต่าง ๆ ต่อไป