Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี หวังให้ประชาชนทุกภูมิภาคเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลอย่างทั่วถึง และสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยออนไลน์ทุกรูปแบบ

วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น.
นายประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ ณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร คณะครูอาจารย์ นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
โดยโครงการ "ส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ" ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ริเริ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างกลไกการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลในระดับอำเภอ และสนับสนุนการยกระดับ "จังหวัดดิจิทัล (Digital Province)" ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ระดับอำเภอ สามารถเข้าถึงความรู้ ทักษะ และบริการด้านดิจิทัลอย่างทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพใหม่ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยออนไลน์ในทุกรูปแบบ
ทั้งนี้กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว คือ เจ้าหน้าที่บริหารงานระดับอำเภอ จำนวน 878 คนทั่วประเทศ ซึ่งจะประสานงานกับหน่วยงานราชการระดับและอำเภอ รวมถึงการรับฟังและสำรวจความต้องการของประชาชนในด้านความรู้หลักสูตร และบริการดิจิทัล ทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการใช้งานศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นศูนย์กลางการอบรม และให้บริการดิจิทัลต่างๆ ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐกับประชาชน เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่งเสริมการใช้งานศูนย์ดิจิทัลชุมชน และผลักดันการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของภาครัฐ เช่น แอปพลิเคชัน Cyber Community Thailand, DE-Fence และระบบ e-Learning "เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต"
จากนั้นภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี นายประเสริฐ จันทรวงทอง และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมส่วนอากาศการบินสุราษฎร์ธานี และสถานีอุตุนิยมวิทยาสุราษฎร์ธานี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินโครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจวัดอุตุนิยมวิทยา เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนข้อมูลพยากาณ์อากาศการบินในระยะสั้น ให้มีความถูกต้อง แม่นยำสูง สามารถรองรับเที่ยวบินในภูมิภาคทั้งในเชิงปริมาณและประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนแม่บทห้วงอากาศและการจัดการจราจรทางอากาศแห่งชาติ ภายใต้กรอบแผนพัฒนาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทและองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี (2567-2569) งบประมาณรวม 635 ล้านบาท.

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี หวังขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในหมู่บ้านชุมชน

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่ ที่กองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก หมู่ที่ 2 ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และ คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับจำนวนมาก

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งการปกครองเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้าน 1138 กองทุน แบ่งเป็น กองทุนหมู่บ้าน 1074 กองทุน กองทุนชุมชนเมือง 56 ชุมชน และกองทุนชุมชนทหาร อีก 8 กองทุน จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว 1,002 กองทุน อยู่ระหว่างการฟื้นฟูการดำเนินงาน 136 กองทุน โดยได้รับการจัดสรรเงินทุนจากรัฐบาลเพื่อการกู้ยืม (บัญชี 1) เป็นเงิน 1,381.1 ล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบประมาณ โครงการตามแนวทางประชารัฐจากรัฐบาลตั้งแต่ ปี 2559 – 2563 รวมกว่า 705.5 ล้านบาท ส่วนโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) ของรัฐบาลในปัจจุบัน มีกองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการยื่นขอโครงการฯ แล้วจำนวน 78 กองทุน 102 โครงการ วงเงินงบประมาณ 22.6 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการเร่งรัดประชาสัมพันธ์ให้กองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติและความพร้อมยื่นของบประมาณโครงการฯ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ หลังจากได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมของจังหวัด ตลอดจนเสียงสะท้อนจากสมาชิกกองทุนบ้านนาลึก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวชื่นชม กองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก ที่สามารถบริหารจัดการกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองทุนมีการเติบโตและมั่นคง ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการให้โอกาสประชาชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนให้เกิดความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทองและคณะ ได้เยี่ยมชมกิจการของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านนาลึก ที่นำผลผลิตมานำเสนอ ก่อนจะเข้าเยี่ยมชมที่ทำการกองทุนหมู่บ้านบ้านนาลึก ซึ่งใช้ดอกผลของกองทุนซื้อห้องแถว 3 คูหา เปิดเป็นร้านค้าสวัสดิการ และที่ทำการกองทุนฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล อีกด้วย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรม KLONG NOI - TASTE THE MOMENT

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 19.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรม KLONG NOI - TASTE THE MOMENT ณ ร้านอาหารสินธ์ุ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมของชุมชนคลองน้อย ผ่านการรังสรรค์เป็นมื้อดินเนอร์สุดพิเศษ มุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพของท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาวัตถุดิบพื้นถิ่นที่มีคุณค่าและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้สามารถต่อยอดสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เน้นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ แตกต่าง โดยเฉพาะในรูปแบบ Gastronomy Tourism
หรือการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดในการสร้างจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเทคโนโลยีการให้ความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟ ประจำปีงบบประมาณ พ.ศ.2568”

 

วันที่ 8 สิงหาคม 2568

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเทคโนโลยีการให้ความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟ ประจำปีงบบประมาณ พ.ศ.2568” โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้น ณ โรงแรมไดมอมอนด์พลาซ่า อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเตรียมพร้อมรองรับความผันผวนของตลาด การกีดกันทางการค้า และความท้าทายในการผลิตสินค้าเกษตรในห้วงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบรุนแรง รวดเร็ว ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตที่น้อยลง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 2 ส่วนหลัก ทั้งในส่วนของบุคลากรภาครัฐระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ภาคประชาชน ได้แก่ เกษตรกรภายใต้โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอาสาสมัครเกษตรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมจำนวนทั้งทั้งสิ้น 80 คน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนนโยบาย "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้" มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรคุณภาพและบริการมูลค่าสูง สินค้าเกษตรได้รับรองมาตรฐาน การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรให้เป็น "ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง" ภายใต้มาตรการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเสริมแกร่งเกษตรกรให้สามารถแข่งขันได้ สอดคล้องเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่กำหนดเป้าหมายสู่ "เมืองเกษตรมูลค่าสูง" ซึ่งภาคการเกษตรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภาคใต้ อาทิ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สมุนไพร กุ้ง และทุเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานหรือจุดรวบรวมในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรรายย่อยส่วนน้อยที่ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมาตรฐานสามารถแข่งขันได้ ดังนั้นการจะผลักดันให้ภาคการเกษตรยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูงและเกิดความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีการสร้างการรับรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การแปรรูป ให้กับกลไกการพัฒนาภาคเกษตรทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับชุมชน ซึ่งการประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาคีเครือข่าย จะได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และเสริมสร้างประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติ เกิดแนวคิดในการขยายผลไปยังชุมชนต่าง ๆ ต่อไป

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!