ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศาลหลักเมืองฯ วิสามัญ พิจารณาเตรียมจัดทำหนังสือครบรอบ 111 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี (หลังใหม่)
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี การประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของมูลนิธิฯ รวมถึงวาระสำคัญด้านการส่งเสริมและพัฒนาศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี
ที่ประชุมได้ติดตามผลจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยมีการจัดทำประกาศเกียรติบัตรมอบให้แก่นักเรียนและสถานศึกษาที่ร่วมแสดงในงานสมโภชศาลหลักเมืองฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมรับทราบความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ ระบบสปริงเกอร์ และการประมาณการค่าก่อสร้างอาคารวางถังเก็บน้ำบริเวณศาลหลักเมือง งบประมาณ 220,300 บาท
สำหรับวาระสำคัญ มีการพิจารณาจัดทำหนังสือครบรอบ 111 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เนื่องในโอกาสพระราชทานนาม “สุราษฎร์ธานี” โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือ จำนวน 4 ราย นอกจากนี้ ด้านการบริหารจัดการเงิน ที่ประชุมเห็นชอบให้แบ่งเงินทุนจำนวน 16 ล้านบาท จากยอดคงเหลือ ไปลงทุนซื้อสลากออมทรัพย์ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. แห่งละ 8 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการจัดงานบวงสรวงและสมโภชศาลหลักเมือง ประจำปี 2570 โดยเสนอเพิ่มกิจกรรมให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น การจัดเลี้ยงอาหารและพิธีเวียนเทียนสมโภช พร้อมพิจารณาข้อเสนอให้กำหนดวันที่ 12 กันยายนของทุกปีเป็นวันจัดงานบวงสรวง เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2539 ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าเฝ้าฯ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายยอดเสาหลักเมืองให้ทรงเจิมและทรงบรรจุพระธาตุ รวมถึงวันที่ 12 กันยายน 2540 ซึ่งมีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารศาลหลักเมือง
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสานความสำคัญของศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดต่อไป

