วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมการจัดงานแห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร ครั้งที่ 16 โดยมีนายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการจัดงาน เข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของแต่ละฝ่าย รวมถึงการดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ในการสืบสานประเพณีอันดีงามของจังหวัด
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน กำหนดจัดงานแห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร ระหว่างวันที่ 26–27 มีนาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมสักการะ พระธาตุศรีสุราษฎร์ ปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่บนเขาท่าเพชร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะศรีวิชัยผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถือเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวสุราษฎร์ธานีมาอย่างยาวนาน
สำหรับการจัดงานในปีนี้ วันที่ 26 มีนาคม 2569 กำหนดประกอบพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง เวลา 07.00 น. ต่อด้วย พิธีบวงสรวงพระธาตุศรีสุราษฎร์ เวลา 10.00 น. และในช่วงค่ำ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป จัดพิธีสมโภชผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ ณ บริเวณศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี
ส่วนวันที่ 27 มีนาคม 2569 จะเริ่มลงทะเบียนผู้ร่วมพิธี ณ บริเวณศาลหลักเมือง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ก่อนปล่อยขบวนแห่ผ้าพระบฎและผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ ในเวลา 13.19 น. ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยในปีนี้คาดว่าจะมีหน่วยงานเข้าร่วมขบวนแห่มากกว่า 80 หน่วย ทำให้ขบวนแห่มีความยิ่งใหญ่และยาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา สร้างสีสันและความศรัทธาให้กับงานประเพณีสำคัญของจังหวัดอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ปูชนียสถานสำคัญของจังหวัด โดยสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาพระธาตุศรีสุราษฎร์ ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย บัญชี พัฒนาพระธาตุศรีสุราษฎร์ มูลนิธิรักษ์พระธาตุศรีสุราษฎร์ เลขที่บัญชี 980-7-12900-1 เท่านั้น เพื่อร่วมกันสืบสานศรัทธา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และส่งต่อคุณค่าของพระธาตุศรีสุราษฎร์ให้คงอยู่คู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีสืบไป