วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16 นาฬิกา 13 นาที
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ
ในการนี้ เสด็จเข้าห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ชั้น 4 ทอดพระเนตรอุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 80 เมกะวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 240 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 554 ล้านหน่วย เริ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2530 การส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดัน 230 กิโลโวลต์ 2 วงจร จากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภาไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของภาคใต้ รวมถึงยังมีการส่งจ่ายแรงดัน 115 กิโลโวลต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเขตอำเภอบ้านตาขุน ทำให้ราษฎรภายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ข้างเคียง ได้มีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างผาสุก
เวลา 16.41 น.เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลับพลา เขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจแห่งชาติ” ที่ร้อยเรียง เรื่องราว พระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระคู่บารมีองค์ราชัน , พระราชกรณียกิจนานัปการ ที่ทรงปฏิบัติเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง , และพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจแก่ประชาชน และเยาวชนไทย หันมาออกกำลังกาย และใส่ใจดูแลสุขภาพ
ทั้งนี้ กฟผ.ยังจัดแสดงนิทรรศการ “เขื่อนรัชชประภา แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” นำเสนอประวัติความเป็นมาของเขื่อนรัชชประภา , เดิมชื่อ "เขื่อนเชี่ยวหลาน" เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2531 ทั้งยังเพื่ออำนวยประโยชน์ด้านชลประทาน, การผลิตไฟฟ้า, บรรเทาอุทกภัย, และส่งเสริมอาชีพการประมงแก่ราษฎร เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน ปี 2530 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนรัชชประภา” แปลว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร (Light of the Kingdom)
โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานถ้วยรางวัล แก่ผู้ชนะการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ประเภท
- Optimist ชาย
- Optimist หญิง
- Optimist อายุต่ำกว่า 12 ปี
- ILCA 4
- ILCA 6
- และพระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 74 ราย
นอกจากนี้ พระราชทานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 ขนาดกำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ และรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 1 คัน แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลฯ , พระราชทานชุดนักเรียนเบอร์ 5 จำนวน 3,200 ชุด แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา จำนวน 12 โรงเรียน , และพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 30 ราย
จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปทรงปลูกต้นเคี่ยม พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ โดยตลอดสองข้างทางมีราษฎรจำนวนมากจากในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ข้างเคียง รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ด้วยความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.