วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 อาคารศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาธารณสุขอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนการดำเนินงานและเตรียมการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้" โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงต่างๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06.00 น. โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมจำนวน 6,700 คน แบ่งพื้นที่จัดกิจกรรมออกเป็น 4 โซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนครอบคลุมทั้งจังหวัด ได้แก่ โซนที่ 1 สวนสาธารณะบึงขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป้าหมาย 2,300 คน โซนที่ 2 ริมคลองฉวาง อำเภอบ้านนาสาร เป้าหมาย 1,700 คน โซนที่ 3 วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา เป้าหมาย 1,700 คน และโซนที่ 4 หน้าโรงพยาบาลคีรีรัฐนิคม อำเภอคีรีรัฐนิคม เป้าหมาย 1,000 คน
นอกจากกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายประเภทเดินและวิ่งแล้ว ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ อาทิ พิธีถวายราชสักการะ การลงนามถวายพระพร และการจัดบอร์ดนิทรรศการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในช่วงวันที่ 26 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ตลอดจนมีกิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง เช่น การตรวจสุขภาพเบื้องต้น และเวทีเสวนาให้ความรู้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ โดยมีอัตราค่าสมัครสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 7-18 ปี ราคา 240 บาท และกลุ่มบุคคลทั่วไป อายุ 19 ปีขึ้นไป ราคา 360 บาท ทุกระยะราคาเดียวและรวมค่าจัดส่งชุดแข่งขันถึงบ้านแล้ว โดยรายได้จากการสมัครหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคเข้ามูลนิธิสมเด็จพระยุพราช สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ และจัดสรรเข้าบัญชีระดับจังหวัดเพื่อใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณสุขในพื้นที่ต่อไป