นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 8 นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. และคณะ ร่วมแถลงข่าว ที่สถานีตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผลงานของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) นำโดย ร.ต.อ.นพดล รุ่งแดง และคณะร่วมกันจับกุม นายสิริราช (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี โดยเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง เจ้าหน้าที่จึงเปิดไซเรนเรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบตามปกติ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุดรถ ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวเพิ่มความเร็วรถ ขับหลบหนีการเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ไปเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร รถจึงหยุดเพราะน้ำมันหมด และคนร้ายได้วิ่งลงจากรถ เจ้าหน้าที่ติดตามจนสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนน ทางหลวง 4248 ม.2 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และนำตัวผู้ต้องหา คือ นายสิริราชา มาตรวจค้นกระโปรงท้ายรถ พบกระสอบหุ้มถุงพลาสติกสีดำจำนวน 2 กระสอบ และภายในห้องโดยสารอีก 3 กระสอบ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเงินสด 50,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหาให้การสารภาพว่ารับจ้างขนมาจากขบวนการค้ายาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 50,000 บาท เพื่อนำมาส่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และให้กระจายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานความผิดจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป เป็นผู้ขับขี่รถมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน ในร่างกายขณะขับรถ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบันตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ได้จับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่รวมครั้งนี้ด้วย จำนวน 4 ล็อต และได้ของกลางยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด
ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ฝากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ และแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยเน้นย้ำ ทุกภาคส่วนเพิ่มความเข้มข้น ปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นทางผ่านลงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะมีแหล่งพักยาอยู่ในพื้นที่ จึงต้องเพิ่มความเข้มข้น ในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักของจังหวัดทุกเส้นทาง