Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติฉุกเฉิน อนุมัติงบช่วยเหลือพื้นที่อำเภอไชยา

 
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 4/2569 เพื่อพิจารณาและติดตามการดำเนินงานด้านการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัด อาทิ การพิจารณาอนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดโครงการขุดลอกคูส่งน้ำหินป้อง ถึงทุ่งเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 3 ตำบลป่าเว อำเภอไชยา งบประมาณ 470,000 บาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ ของอำเภอไชยา จำนวน 9 โครงการ รวมงบประมาณ 4,324,000 บาท โดยกำชับให้เร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบให้แล้วเสร็จ พร้อมอัปเดตยอดเงินทดรองราชการสำรอง (จากวงเงิน 10 ล้านบาท) ซึ่งปัจจุบันมียอดคงเหลือพร้อมใช้งาน 4,197,355 บาท เพื่อให้มั่นใจว่าจังหวัดมีความพร้อมด้านงบประมาณในการรับมือและยับยั้งภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้อย่างทันท่วงที

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมคณะทำงานโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ หัวข้อ “สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้” ครั้งที่ 8/2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting

 

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมคณะทำงานโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ หัวข้อ “สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้” ครั้งที่ 8/2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting ซึ่งจัดโดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
การประชุมครั้งนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยที่ประชุมได้ติดตามยอดผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม การสนับสนุนงบประมาณ แผนการดำเนินงาน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านกิจกรรมและพิธีการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการถอดบทเรียนการดำเนินงานของจังหวัดที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ และชี้แจงการจัดส่งชิ้นงานประชาสัมพันธ์ หลักเกณฑ์การรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการบริจาค และแนวทางการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะนำแนวทางและข้อสั่งการจากการประชุมไปใช้ในการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อันจะนำไปสู่การป้องกันโรคและการมีสุขภาพที่ดีต่อไป

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมทางไกล รับมอบนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” เดินหน้าโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ย้ำทุกพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจสิทธิประโยชน์จากกรมธรรม์

 
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน Kick off “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System) ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบลทั่วประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชน จึงดำเนิน “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” เพื่อเพิ่มกลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างหลักประกันรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยภาครัฐเป็นผู้จัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชน
โครงการฯ ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
สำหรับความคุ้มครองที่อยู่อาศัย กำหนดวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัย มีความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนที่เกินความเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 90,000 บาท ขณะที่กรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว มีความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท และส่วนที่เกินความเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท นอกจากนี้ หากที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และมีความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ 2,000,000 บาทต่อคน
นายอนุทิน ย้ำว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติ จากการให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงและการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ช่วยบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล ศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสามารถนำไปสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่จะได้รับเมื่อเกิดภัยพิบัติในแต่ละกรณี
พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนรับทราบสิทธิและสามารถเข้าถึงประโยชน์จากโครงการฯ ได้อย่างเต็มที่ อันจะช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมทางไกล รับมอบนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” สั่งการรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ย้ำ “ชีวิตประชาชน” ต้องมาก่อน

 
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล ในการประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 21.00 น.
ที่ประชุมรับทราบการคาดหมายลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์น้ำและผลกระทบ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากกรมชลประทาน ตลอดจนแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด บริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในลักษณะ CEO โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องรอให้เกิดความสูญเสีย เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนประสานความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยจังหวัดสามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!