Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย” จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2569

 
วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2569 ณ อาคารศูนย์กลางการประชุมสัมมนาภาคใต้ตอนบน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชและธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทย
ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้วางพานพุ่มพวงมาลาถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า ว่า “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบและเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิดทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้นในพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ว่า... “ตั้งแต่วันนี้ กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป” การกระทำเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการประกาศอิสรภาพของไทยและในปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนได้รับ ชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี
การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังแห่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเยาวชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกราช ความเสียสละของบรรพกษัตริย์ไทย และร่วมกันธำรงรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่สืบไปอย่างมั่นคงยั่งยืน

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมรับนโยบาย 3 รมช.มหาดไทย ยกระดับบริการน้ำประปา มุ่งลดน้ำสูญเสีย–ขยายบริการครอบคลุม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค เข้าร่วมรับนโยบายจาก นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมี นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมคณะผู้บริหารร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประปาวิวัฒน์ การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (WebEx)
การเข้าร่วมรับนโยบายในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมติดตามทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านการให้บริการน้ำประปา ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งยกระดับคุณภาพน้ำประปาให้สะอาดได้มาตรฐาน ลดการสูญเสียน้ำในระบบไม่ให้เกินร้อยละ 30 พร้อมทั้งขยายพื้นที่ให้บริการน้ำประปาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร 4 ด้าน ได้แก่ การเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและยกระดับคุณภาพประปาอย่างบูรณาการ การลดต้นทุนองค์กรด้วยการนำพลังงานสะอาด เช่น ระบบ Solar Cell มาใช้ในสถานีผลิตน้ำ การยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและมีหัวใจบริการ (Service mind) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
ทั้งนี้ การเข้าร่วมรับนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค ถือเป็นการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้รับบริการน้ำประปาที่สะอาด เพียงพอ และทั่วถึง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

คณะกรรมาธิการเกษตรฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมหาแนวทางรับมือภัยแล้งเชิงรุก พร้อมรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน

 
วันที่ 24 เมษายน 2569
นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ เทศบาลตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายอำเภอพนม หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งแหล่งน้ำต้นทุน การบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ รวมทั้งแนวโน้มสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนรับมือเชิงรุกและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
จากนั้นทางคณะฯ ได้เดินทางไปยังชุมชนบ้านทับคริสต์ หมู่ที่ 3 ตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม เพื่อเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบ “สระพวง” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกรในระดับชุมชน ขณะที่สภาพทั่วไปของตำบลคลองชะอุ่น ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางเกษตร สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และเกษตรผสมผสาน มีแหล่งน้ำกักเก็บที่สำคัญ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองบางทรายนวล ตามพระราชดำริฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ที่บ้านทับคริสต์ หมู่ที่ 3 มีความจุเก็บกักน้ำ 2,200,000 ลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำบ้านบางหิน ตั้งอยู่ที่ บ้านบางหิน หมู่ที่ 5 ประโยชน์ในการส่งน้ำเสริมให้กับพื้นที่เพาะปลูกได้ประมาณ 1,000 ไร่ ทำให้ประชาชนมีน้ำใช้อุปโภค-บริโภคในเขตชลประทานตลอดทั้งปี
ทั้งนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยยึดเป้าหมายสำคัญคือ การดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว.

สุราษฎร์ธานีรับคณะวุฒิสภา“พลเอก เกรียงไกร” นำทีมกรรมาธิการเกษตรฯ ผนึกกำลังจังหวัด วางแผนรับมือภัยแล้งเชิงรุก มุ่งรักษาน้ำอุปโภค-ปกป้องผลผลิตเกษตรกร

 
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 3
พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง พร้อมด้วย นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมรับฟังการบรรยายสรุปและมอบนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง
โดยนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้แทนให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับชาติและระดับพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยมีการนำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแหล่งน้ำต้นทุน การบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ตลอดจนแนวโน้มสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนรับมือเชิงรุก
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ และคณะผู้บริหารจังหวัด มีกำหนดลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ชุมชนบ้านทับคริสต์ ตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม เพื่อเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบ “สระพวง” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกรในระดับชุมชน
การลงพื้นที่และบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทิศทางที่ชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงน้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันภาคการเกษตรจะได้รับการปกป้อง ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของผลผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในระยะยาว
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยยึดเป้าหมายสำคัญคือการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับจังหวัดในระยะยาว
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!