Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ต้อนรับ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ชุมพร–สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตร

 
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสเดินทางมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อปฏิบัติภารกิจติดตามสถานการณ์และราคาผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 โดยมีนายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมให้การต้อนรับ
สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตร รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากเกษตรกร รวมถึงประเมินสถานการณ์ด้านการตลาดและการค้าในพื้นที่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงด้านรายได้และสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

รมช.มหาดไทยห่วงใยชาวสุราษฎร์ธานี นำคณะลงพื้นที้ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาความต้องการ ยืนยันทุกปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างถึงที่สุด

 
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น.
นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน ณ โรงเรียนเสวียดวิทยารัชมังคลาภิเษก อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายบันดาล สถิรชวาล นายพิชัย ชมภูพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ
โอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ จีนไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสวียด ได้กล่าวรายงานต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตำบลเสวียด มีจำนวน 9 หมู่บ้านจำนวนประชากร 5,519 คน 2,668 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ โครงการที่ดินเนื่องด้วยประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ สปก. ประกาศให้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าฉาง อำเภอท่าชนะ และอำเภอไชยาบางส่วน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เสียสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ,โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณทุ่งจอ อำเภอท่าฉาง ,โครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาผิวดิน ขนาดใหญ่มากบริเวณทุ่งจอ ,โครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัทติก และขยายผิวจราจรพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่าง สายชายวัด-เหียง หมู่ที่ 5 , 8 และสายนาปรือ-สระธรรมจักร หมู่ที่ 5 ต.เสวียด
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างถึงที่สุด โดยบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับปากจะไปพูดคุยระดับกระทรวง ทุกปัญหาที่รับไว้จะมีเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ติดตาม และรายงานความคืบหน้าการดำเนินดำเนินการเป็นระยะ

“มท.4” ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี เปิดเวทีสัมมนา “กฎหมายรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ”

 
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบรรจงบุรี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “กฎหมายรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ” โดยมีนายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ ดร.ณฐาภพ สมคิด รองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวต้อนรับ นายคำรณ อินทร์โท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงาน ซึ่งมีผู้บริหารและบุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ภาคใต้ จำนวนกว่า 400 คน เข้าร่วมสัมมนา
การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หลักการกระจายอำนาจ ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และเป็นหน่วยงานด่านหน้าในการให้บริการสาธารณะและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่ ดังนั้น ผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ และอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หารือแนวทางความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อขยายการรับรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของโครงการได้อย่างทั่วถึง

 
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 2
นายกฤษณพงษ์ กิจสนาพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เข้าพบ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประชาสัมพันธ์ และหารือแนวทางความร่วมมือในการดำเนินโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” โดยมีนายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวรสิทธิ์ จาตุรัตน์ คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมหารือ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโครงการให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เป็นโครงการที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ซึ่งเห็นชอบหลักการและแนวทางการดำเนินงาน โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระทางการเงิน และกลับมาสร้างเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างยั่งยืน ภายหลังเปิดให้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นมา โครงการได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับโอกาสในการปรับปรุงสถานะหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบข้อมูลหรือยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการได้ ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของจังหวัด เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และทั่วถึง
ทั้งนี้ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีสถานะหนี้เสีย (NPL) และมียอดหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาท โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการเลือกแนวทางแก้ไขหนี้ได้ทั้งการจ่ายปิดบัญชีพร้อมรับส่วนลดเงินต้น หรือการผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระหนี้และฟื้นฟูสถานะทางการเงินของประชาชน ผู้สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ SAM Call Center โทร. 1443 รวมถึงติดต่อ SAM สาขาสุราษฎร์ธานี เลขที่ 81/144 ถนนโฉลกรัฐ หมู่ 1 ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7791 0183 หรือ 09 2491 9794 เพื่อรับคำปรึกษาและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!