Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

คณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

 
วันที่ 18 กันยายน 2569
คณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยคณะทำงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 2 และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกอบอาชีพของบุคคลสัญชาติอิสราเอลและสัญชาติอื่น และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมผู้บริหาร ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมตอบข้อซักถาม พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่อง "นโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยเฉพาะบุคคลสัญชาติอิสราเอลและสัญชาติอื่น ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการประกอบธุรกิจระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ส่วนราชการและหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาคท่องเที่ยว และการบริหารจัดการด้านแรงงานในพื้นที่ ได้รายงานความคืบหน้า ผลการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานจริง ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมด้านแรงงานและปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี การจ้างแรงงานในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่เกาะสมุย การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกอบอาชีพของบุคคลสัญชาติอิสราเอลและสัญชาติอื่น ข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่ และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งจากข้อมูลในที่ประชุมทราบว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานรวมทั้งสิ้นจำนวน 144,464 คน โดยแยกเป็นประเภททั่วไป 6,393 คน ประเภทได้รับการส่งเสริมการลงทุน 187 คน ประเภทชนกลุ่มน้อย (ม.63/1) 337 คน และแรงงาน 4 สัญชาติ จำนวน 137,547 คน อยู่ในพื้นที่เกาะสมุยจำนวนทั้งสิ้น 16,753 คน ขณะที่การทำงานของชาวอิสราเอลในพื้นที่เกาะสมุย จำนวน 192 คน และเกาะพะงัน 163 คน โดยในห้วงที่ผ่านมาได้มีการจับกุม/ดำเนินคดีคนต่างด้าว จำนวน 125 ราย ได้แก่ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต 45 ราย แย่งอาชีพคนไทย 51 ราย คนต่างด้าวที่ไดรับอนุญาตให้ทำงานไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบฯ จำนวน 28 ราย มีการดำเนินคดีนายจ้าง/สถานประกอบการจำนวน 69 ราย และมีการเพิกถอนใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติเมียนมา 33 คน
และในโอกาสนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจของบุคคลสัญชาติอิสราเอลในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย พร้อมพบปะพูดคุยและให้ข้อเสนอแนะแนวทางปฏิบัติ ให้เป็นไปภายใต้ระเบียบข้อกฎหมายของประเทศไทย
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ภายใต้การนำของนายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ จะได้นำข้อมูลด้านต่างๆ ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปนำเสนอต่อรัฐบาลตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้รับทราบและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติส่วนรวมต่อไป.

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569

 

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคารธงธนสิทธิคุณ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 "41 ปี วันเยาวชนแห่งชาติ : เดือนแห่งพลังของเยาวชน : Youth Power Month"
โดยการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้ร่วมกัน ส่งเสริมและกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง มีความคิดสร้างสรรค์ในกิจกรรม ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตและสามารถช่วยเสริมสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป

 

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำส่วนราชการร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี เร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

 
วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อรับทราบนโยบายและข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และนำไปขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
การประชุมถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญ 7 ประเด็น ได้แก่ การเตรียมความพร้อมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ การเร่งดำเนินการกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการ Data Center การกำกับดูแลคนต่างด้าวและการแก้ไขปัญหานอมินี การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม การเร่งจัดตั้ง “กระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า” เพื่อบริหารสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกำชับให้ทุกจังหวัดนำข้อสั่งการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม
สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลคนต่างด้าวที่เข้ามาพำนัก ประกอบธุรกิจ หรือประกอบกิจกรรมในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเข้ามาพำนักเป็นจำนวนมาก ให้ตรวจสอบการประกอบธุรกิจ การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต การใช้นอมินีถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจ การใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ตลอดจนการจัดตั้งศาสนสถาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ประเทศไทยต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริตและสร้างประโยชน์ร่วมกัน แต่ต้องเคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของไทย หากพบพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ เอารัดเอาเปรียบ หรือกระทำผิดกฎหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รัดกุม และเด็ดขาด โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว จึงขอให้จังหวัดและอำเภอใช้กลไกตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ได้กำชับให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีบูรณาการการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และให้นายอำเภอทำงานร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการข่าว การกำหนดเป้าหมาย และการปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจับกุมบ่อนการพนัน สถานบริการที่กระทำผิดกฎหมาย และการกระทำผิดอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
ในส่วนของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกจังหวัดเพิ่มศักยภาพและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุให้มีความพร้อม สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ความสำคัญกับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่เกาะซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก คลื่นลมแรง หรือการเดินทางทางทะเล โดยให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานการปฏิบัติและแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที
ในช่วงท้ายของการประชุม มีการแลกเปลี่ยนข้อราชการระหว่างผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อรับทราบและติดตามประเด็นปัญหาสำคัญในระดับพื้นที่ โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสถานรับเลี้ยงเด็กที่ยังไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน ทั้งในส่วนของสถานะการดำเนินกิจการ ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดูแลเด็ก ตลอดจนการดำเนินกิจการว่าเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ทำการปกครองอำเภอเกาะพะงัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการศึกษา สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยจะพิจารณาทั้งด้านใบอนุญาต คุณสมบัติผู้ประกอบการ ความปลอดภัยของสถานที่ บุคลากรผู้ดูแลเด็ก และการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะนำข้อสั่งการและนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การเตรียมพร้อมรับมือสาธารณภัย และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างบูรณาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี

จังหวัดสุราษฎร์ธานีประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล ติดตามการบริหารงานบุคคล สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการพัฒนาท้องถิ่นในทุกมิติ

วันที่ 17 กันยายน 2569
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 9/2569 ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับทราบและพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามระเบียบของทางราชการ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาท้องถิ่นในทุกมิติ
 
ในการนี้ที่ประชุมได้พิจารณาขอความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่ ขอความเห็นชอบออกคำสั่งกรณีพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างขอลาออก จำนวน 6 ราย , ขอความเห็นชอบออกคำสั่งจ้าง (แต่งตั้ง) และทำสัญญาจ้างบุคคลเป็นพนักงานจ้าง จำนวน 14 ราย , ขอความเห็นชอบออกคำสั่งกรณีการโอนพนักงานส่วนตำบล จำนวน 11 ราย , ขอความเห็นชอบออกคำสั่งกรณีการรับโอนข้าราชการประเภทอื่น/พนักงานส่วนท้องถิ่นอื่น มาแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบล จำนวน 4 ราย , ขอความเห็นชอบออกคำสั่งกรณีการเลื่อนและแต่งตั้งพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น จำนวน 5 ราย , ขอความเห็นชอบผลการประเมิน "ผ่าน" และ "ไม่ผ่าน" ของพนักงานครูองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้น จำนวน 2 ราย , ขอความเห็นชอบกำหนดตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ระดับกลาง/ต้น จำนวน 2 อบต. และขอความเห็นชอบแต่งตั้งผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงสายงานผู้บริหาร
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองในประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบและให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง บริหารงานราชการและ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่.
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!