วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อรับทราบนโยบายและข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และนำไปขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
การประชุมถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญ 7 ประเด็น ได้แก่ การเตรียมความพร้อมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ การเร่งดำเนินการกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการ Data Center การกำกับดูแลคนต่างด้าวและการแก้ไขปัญหานอมินี การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม การเร่งจัดตั้ง “กระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า” เพื่อบริหารสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกำชับให้ทุกจังหวัดนำข้อสั่งการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม
สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลคนต่างด้าวที่เข้ามาพำนัก ประกอบธุรกิจ หรือประกอบกิจกรรมในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเข้ามาพำนักเป็นจำนวนมาก ให้ตรวจสอบการประกอบธุรกิจ การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต การใช้นอมินีถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจ การใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ตลอดจนการจัดตั้งศาสนสถาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ประเทศไทยต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริตและสร้างประโยชน์ร่วมกัน แต่ต้องเคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของไทย หากพบพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ เอารัดเอาเปรียบ หรือกระทำผิดกฎหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รัดกุม และเด็ดขาด โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว จึงขอให้จังหวัดและอำเภอใช้กลไกตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ได้กำชับให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีบูรณาการการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และให้นายอำเภอทำงานร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการข่าว การกำหนดเป้าหมาย และการปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจับกุมบ่อนการพนัน สถานบริการที่กระทำผิดกฎหมาย และการกระทำผิดอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
ในส่วนของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกจังหวัดเพิ่มศักยภาพและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุให้มีความพร้อม สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ความสำคัญกับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่เกาะซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก คลื่นลมแรง หรือการเดินทางทางทะเล โดยให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานการปฏิบัติและแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที
ในช่วงท้ายของการประชุม มีการแลกเปลี่ยนข้อราชการระหว่างผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อรับทราบและติดตามประเด็นปัญหาสำคัญในระดับพื้นที่ โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสถานรับเลี้ยงเด็กที่ยังไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน ทั้งในส่วนของสถานะการดำเนินกิจการ ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดูแลเด็ก ตลอดจนการดำเนินกิจการว่าเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ทำการปกครองอำเภอเกาะพะงัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการศึกษา สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยจะพิจารณาทั้งด้านใบอนุญาต คุณสมบัติผู้ประกอบการ ความปลอดภัยของสถานที่ บุคลากรผู้ดูแลเด็ก และการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะนำข้อสั่งการและนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การเตรียมพร้อมรับมือสาธารณภัย และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างบูรณาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี